ค้นหาบล็อกนี้

วันจันทร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2560

> อย่าหวังว่าใครๆก็ชอบคุณ

1. อย่าหวังว่าใครๆก็ชอบคุณ เพราะมันเป็นไปไม่ได้ บางครั้งคุณก็ยังรู้สึกหมั่นใส้ตัวเองไม่ใช่เหรอ? เอาเป็นว่าคนส่วนมากชอบคุณแค่นี้ก็พอแล้วล่ะ
2. เลิกใช้คำน้ำหน้าประโยคว่า “ฉัน” “ชั้น” บ้างก็ดี เพราะคำเหล่านี้ผสมอีโก้ไว้เยอะเลย ใช้คำว่า “เรา” “พวกเรา”แทนจะดีกว่าไม่น้อย
3. อย่ายืมเงินเพื่อน
4. อย่ายัดเยียดให้แขกดูอัลบั้มภาพครอบครัวของคุณ
5. ยืนหยัดพูดความดีของคนอื่น ไม่ต้องกลัวว่าคำดีเหล่านี้จะไม่ไปถึงหูคนที่คุณพูดถึง มันก็เหมือนคำนินทานั่นแหละ
6. หากมีใครกำลังนินทาคนอื่นให้คุณฟัง เตือนได้จงเตือน เตือนไม่ได้ให้ยิ้มก็พอ อย่าได้ผสมโรง
7. อย่าได้เอาแต่พูดความเก่าเล่าความหลังสารธารชีวิตของตนเองให้คนอื่นฟัง
8. เคารพคนที่ไม่ชอบคุณ
9. รูปโฉมไม่ใช่ส่วนที่ทำให้คนอื่นรังเกียจ หากรูปร่างหน้าตาไม่ดี ก็จงสร้างผลงานให้ประจักษ์แก่คนรอบข้าง หากไม่มีผลงานก็จงสร้างรอยยิ้มให้คนรอบข้าง
10. ตำหนิตนเองให้คนอื่นฟังเรียกว่าถ่อมตน ชื่นชมตนเองให้คนอื่นฟังเรียกว่าโอ้อวด
11. บางครั้ง ต่อให้รู้ก็ต้องพูด เช่น “แหวนของเธอสวยจัง แพงไหมจ๊ะ?” บางครั้ง ต่อให้อยากรู้ก็อย่าได้ถาม เช่น “เธออายุเท่าไหร่แล้ว แก่กว่าเราหรือเปล่า?”
12. พูดมากจะเสียการ โดยเฉพาะในที่ปะชุมชน นิ่งๆเข้าไว้ จะดีไม่น้อยทีเดียว
13. เปลี่ยนคำว่า “ไม่” เป็นคำว่า “มันอาจต้องใช้เวลา” “ผมจะพยายาม” “หนูไม่แน่ใจ” “ถ้าผมพิจารณาเสร็จ ผมจะโทรไปหาคุณนะ”
และที่สำคัญ คุณก็ต้องไม่ทำตัวเป็นที่สังคมรังเกียจ คุณอยากให้คนอื่นรักคุณ คุณก็ต้องรักตัวเองให้เป็นด้วย
นุสนธิ์บุคส์

ขอบคุณที่มา :  https://www.facebook.com/NusonBooks
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.facebook.com/NusonBooks

> ไอเดียธุรกิจทำให้กลายเป็นเศรษฐี


10 ไอเดียธุรกิจทำให้กลายเป็นเศรษฐี

ไอเดียธุรกิจ ที่ดีที่สุดที่จะทำเงินคือการเริ่มต้นธุรกิจของคุณเอง แต่วันนี้ความคิดนั้นยังเป็นแค่ความคิดที่เขียนติดไว้บนผนัง
คุณยังต้องแทบจะร้องไห้ทุกครั้งที่เห็นสลิปเงินเดือนของคุณอยู่หรือไม่? เมื่อคุณพบกับคนที่ฉลาดที่เปลี่ยนความคิดโง่ๆมาทำให้เกิดรายได้มหาศาล  เช่น  แว่นตาสุนัข หรือ ผู้ชายที่แต่งงานแล้วสร้างเว็ปไซด์สำหรับคนที่แต่งงานแล้ว  และเชิญคุณพบกับ 10 อันดับไอเดียธุรกิจ แปลกๆที่ทำให้กลายเป็นเศรษฐีขึ้นมาได้

อันดับ 10 บริษัท ที่สร้างรายได้มหาศาลจากการขายแว่นตาสำหรับสุนัข
แว่นตาสำหรับสุนัข? ไอเดียธุรกิจฟังดูงี่เง่าไปหรือเปล่า? แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องตลก หากมีใครสักคนคิดริเริ่มที่จะผลิตอย่างจริงจังและเปลี่ยนไปเป็นธุรกิจเงินล้าน จากการรายงานข่าวของ CNN ธุรกิจนี้ได้รับความสนใจ ทั้งในโลกของผู้หญิง ผู้คนทั่วไป รายการ Regis and Kelly หรือ National Geographic and Animal Planet จากเริ่มต้นด้วยการขายแว่นตา ตอนนี้พวกเขามีการขยายตัวในธุรกิจ ทั้งยังเป็นผู้นำของอุปกรณ์อื่น ๆ สำหรับสัตว์ ซึ่งรวมถึงกระเป๋าสะพายหลัง, แจ็คเก็ต, เสื้อยืด, หมวก, และของเล่น

อันดับ 9 ผู้ชายที่แต่งงานแล้วสร้างเว็บไซต์สำหรับคนที่แต่งงานแล้ว
แอชลีย์เมดิสันดอทคอม เป็นเว็บไซต์ที่ออกเดทด้วยความแตกต่างคือรับเฉพาะคนที่แต่งงานแล้วหรือใครก็ตามที่อยากจะเป็นคนที่แต่งงานแล้ว สโลแกนของเว็บไซต์คือ “ชีวิตสั้น มีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว”  Noel Biderman ผู้ก่อตั้งเว็ปไซด์นี้ เดิมเป็นทนายความ เขาอยากจะให้ผู้ชายที่แต่งงานแล้วมีความสุข แม้ว่าสิ่งที่เขาทำอาจถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง (จากสถิติ : การนอกใจเป็นสิ่งที่ไม่ดี) ข้อเท็จจริงที่เว็บไซต์ที่อ้างว่าสมาชิก 3.2 ล้านคน แสดงให้เห็นว่ายังทำในสิ่งที่ถูกต้อง

อันดับ 8 ผู้ชายคนหนึ่งที่สร้างธุรกิจเงินล้าน poop-scooping
Matthew Osborn ผู้ที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในธุรกิจ poop-scooping คนที่สร้าง Pooper-Scooper.com  เขาไม่เคยรู้เลยว่าธุรกิจนี้วันหนึ่งจะทำให้เขาเป็นเศรษฐี  ออสบอร์ได้ก่อตั้งไว้ตั้งแต่ในปี 1987 เมื่อเขาเปิดผู้ดูแลสัตว์เลี้ยง ในโคลัมบัส, โอไฮโอ ในเวลานั้นออสบอร์เป็นคนที่ทำงานสองงานเต็มเวลา และทำเงินน้อยกว่า 6$ ต่อชั่วโมง  เขามีภรรยา มีลูกสาวและลูกชาย ด้วยเหตุนี้เขาจึงอยากหารายได้พิเศษ  เขารู้ว่ามีสุนัขอยู่ประมาณ 100,000ตัว ในระยะ 15 ไมล์จากบ้านของเขา ธุรกิจของเขาค่อยๆดำเนินไปอย่างช้าๆ ถึงแม้ว่าจะเป็นงานที่ต้องสกปรก ออสบอร์บอกว่าเขาสนุกที่เห็นลูกค้าพึงพอใจ และการทำงานนอกบ้านที่เดียวกับสวนหลังบ้านเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในในรัฐโอไฮโอ ในที่สุดออสบอร์ก็จ้างพนักงาน 7 คน และเป็นเจ้าของรถบรรทุก 6 คัน เพื่อให้บริการลูกค้าประจำประมาณ 700 คน ในขณะที่ออสบอร์อาจจะมีการวางแผนพื้นที่สำหรับ poop-scooping  พื้นที่สีแดง สำหรับบอสเวลล์ที่จะขยายธุรกิจไปในอนาคต  ซึ่งบอสเวลล์เป็นเจ้าของ the Texas-based Pet Butler  ปัจจุบัน ผู้ดูแลสัตว์เลี้ยง คือผู้ที่ให้บริการกำจัดของเสียของสัตว์เลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ และดูแลลูกค้ากว่า 3,000 ราย

อันดับ 7 เด็กวัยรุ่นที่ทำยอดขายแยมเป็นล้านจากสูตรคุณยายของเขา
ในขณะที่ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในการสร้างรายได้ พวกเขาสร้างเว็บไซต์ยอดนิยม แต่เฟรเซอร์โดเฮอร์ตี้สร้างอาณาจักรของเขาโดยใช้วิธีการแบบดั้งเดิม เฟรเซอร์เริ่มทำแยมเมื่ออายุ 14 ปี จากสูตรคุณยายของเขาในห้องครัวที่สกอตแลนด์ของพ่อแม่เขา และออกจากโรงเรียนตอนอายุ 16 ปี ทำงานกับแยมธุรกิจ Superjam ของเขาอย่างจริงจัง Superjam ขายได้ประมาณ 500,000 ขวดในหนึ่งปี ซึ่งขณะนี้มีประมาณร้อยละ 10 ของตลาดแยมในสหราชอาณาจักร สัดส่วนการถือหุ้นของโดเฮอร์ตี้ในขณะนี้มีมูลค่า 1-2000000 $

อันดับ 6 ผู้ชายคนหนึ่งกลายเป็นเศรษฐีจากการผลิตพลาสติกสลดหดหู่
ใครจะไปคิดว่าจะมีตลาดสำหรับพสาสติกหดหู่ปลอม?? ใช่แล้วมันมี ! Ken Ahroni รู้สึกผิดหวังทุกปีเมื่อมีแค่คนสองคนเท่านั้นที่สมดังคำปรารถนาในวันขอบคุณพระเจ้า  ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะสร้าง LuckyBreak หรือสิ่งที่หยุดความโชคดี บริษัทจะสร้างสิ่งสลดหดหู่เทียมด้วยเสียงและความรู้สึกของจริงที่สลดหดหู่ของไก่งวงอบแห้ง  ขณะนี้ บริษัท ฯ ทำให้สลดหดหู่ใจ 30,000 ครั้งต่อวัน ขายงานที่ออกแบบเอง,มีตราประทับหน่วยงานสำหรับส่วนบุคคล, การใช้งานขององค์กรและการส่งเสริมการขาย ทำให้มียอดขายของมีกว่า 2.5 ล้านดอลลาร์ต่อปี

อันดับ 5 แม่บ้านที่คิดค้นหมอนไมโครเวฟ
Kim Levine ประดิษฐ์คิดค้น Wuvit ถุงเล็ก ๆ ที่มาในรูปแบบที่หลากหลายและให้ความผ่อนคลายด้วยความร้อนทั่วถึงแบบพุ่งทะลุทะลวง คิมตระหนักดีว่าถ้าเธอใส่ข้าวโพดบางส่วนในผ้าเย็บมันเข้าด้วยกันและแล้วใส่ในไมโครเวฟ หมอนอบอุ่นผ่อนคลายจะถูกสร้างขึ้น เธอรีบวิ่งไปสร้างผลิตภัณฑ์ที่เรียบง่ายจากความคิดของเธอ ด้วยจักรเย็บผ้าและอาณาจักรหลายล้านดอลลาร์ของเธอก็เกิดขึ้น! ในตอนแรก คิมคิดว่าแนวคิด Wuvit จะเป็นของขวัญที่ดีสำหรับลูกๆของเธอและสำหรับคนในพื้นที่ท้องถิ่นของเธอ แต่ในไม่ช้าเธอรู้ว่าเธอมีความคิดที่มีศักยภาพ เมื่อพ่อแม่ในประเทศเริ่มเรียกเธอในช่วงกลางดึกของคืนเพื่อขอหมอนผ่อนคลายอีกเพราะลูกๆของพวกเขาไม่สามารถนอนหลับได้โดยไม่มี Wuvit  เธอรู้ว่าเธอไดรับโอกาสที่เหลือเชื่อ เธอเริ่มที่จะไปค้าปลีกให้กับลูกค้ารายย่อยและในงานการแสดงงานฝีมือ แล้วในที่สุดก็จุดเปลี่ยนที่สำคัญเมื่อ ห้างสรรพสินค้า Saks จึงตัดสินใจที่จะนำ Wuvit ไปขายในห้างของเขา  ตอนนี้เธอเป็นเศรษฐีและได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับความพยายามค้าปลีกของเธอ!

อันดับ 4 ผู้ชายคนที่ขายภาพในหน้าเว็บได้เงินล้าน
ย้อนกลับไปในปี 2005 มีนักเรียนวัย 21 ปี ในประเทศอังกฤษ ชื่อ Alex Tew  เปิดตัว ล้านดอลลาร์โฮมเพจ ผ่านทางการขายภาพขนาด  1,000 × 1,000 ต่อ1ดอลลาร์ในแต่ละครั้ง  แม้ว่ามันจะเป็นความคิดที่เรียบง่าย โครงการที่โดดเด่นดึงดูดจำนวนมหาศาลของพื้นที่ประชาสัมพันธ์ และท้ายที่สุดได้รับ 1,037,100$ ของเดือน – ช่วงสุดท้ายบนหน้าเว็บขายออกไป 38,100$  นอกจากนี้ยังกลับกลายเป็นถูกเว็บไซต์เลียนแบบนับไม่ถ้วน แต่แทบจะล้มเหลวทั้งหมดเนื่องจากความคิดไม่ได้เป็นดังในนิยาย

อันดับ 3 ผู้ชายคนหนึ่งที่สร้างบริษัทที่ให้บริการจดหมายแก้ตัวที่ไม่มาทำงาน
คุณต้องการแก้ตัวที่ไม่มาทำงานหรือไม่?? บริษัทได้เปิดตัวไอเดียธุรกิจ “ข้ออ้าง” ในกรณีที่ไม่สามามาทำงานได้ ในสหรัฐอเมริกาพนักงานและนักศึกษาที่มีภาระ ข้อแก้ตัวของคุณสามารถใช้เพื่อจะขาดงาน บริการเครือข่ายให้บริการทุกความต้องการของจดหมายแก้ตัวของคุณเพียง 25 $ ต่อหมายเหตุข้อแก้ตัว  ผู้ก่อตั้งเริ่มต้นธุรกิจด้วยเงิน 300$ และเริ่มต้นในเมืองเล็กๆอย่าง Oklahoma เว็บไซต์ได้รับประมาณ 15,000 ราย ต่อเดือน

อันดับ 2 พระสงฆ์ที่ขายตลับหมึกเครื่องพิมพ์ได้เงินกว่า 2.5 ล้าน$
บิดาของ Father Bernard McCoy เป็นซีอีโอของ LaserMonks.com ร้านค้าปลีกทางอินเทอร์เน็ตที่ขายตลับหมึกพิมพ์พิเศษและอุปกรณ์สำนักงานอื่น ๆ ลูกค้าของบริษัท ได้แก่ ประชาชนและโบสถ์ พร้อมกับบริษัทยักษ์ใหญ่ เช่น Morgan Stanley (Research) และ  The U.S. Forest Service มันเป็นธุรกิจที่มีผลกำไรมาก ยอดขายได้เพิ่มขึ้นจาก 2,000 $  ในปี2002 ซึ่งเป็นปีแรกของบริษัท จากการดำเนินธุรกิจต่อมาอยู่ที่ประมาณ 2,500,000 $  ในปี 2005  ไอเดียธุรกิจสำหรับ LaserMonks.com เกิดจากบิดาของ McCoy วันหนึ่งเมื่อเครื่องพิมพ์ของเขาหมดน้ำหมึก เขาหาเลือกซื้อตลับหมึกใหม่ไปทั่ว แต่ไม่มีชิ้นไหนที่มีราคาที่สมเหตุสมผล ในช่วงเริ่มต้น LaserMonks.com ประกอบด้วยพระสงฆ์ไม่กี่รูป นั่งรอบผงสีดำและตลับพลาสติกที่ว่างเปล่า ผลิตสินค้าตามคำสั่งซื้อแค่ไม่กี่วัน กระทั่งวันนี้พระสงฆ์กล่าวว่าพวกเขาได้บริการลูกค้ามากกว่า 50,000 ลูกค้าและพวกเขามี 200-300 คำสั่งซื้อทุกวันสำหรับอุปกรณ์การเรียนและสำนักงาน

อันดับ 1 หญิงสาวที่ทำเงิน 1.5 ล้าน โดยนำเสนอรูปแบบ MySpace
เด็กสาววัยรุ่นที่มีไหวพริบสำหรับการก่อให้เกิดไอเดียธุรกิจที่มีความคิดสร้างสรรค์ขึ้นด้วยเว็บไซต์ที่เรียกว่า WhateverLife ที่จะนำเสนอรูปแบบการสอนสำหรับ MySpace ฟรี ตัวเลขของเธอขณะนี้อยู่ในระดับที่น่าประทับใจ เมื่ออายุ 17 ปี เธอออกจากโรงเรียนกลางคันและมาสร้างรายมากกว่า 1 ล้าน $ เธอได้รับมากที่สุดที่ 70K ต่อเดือน และเป็นเจ้าของเว็บไซต์ที่ดึงดูดผู้ชมมากกว่า 7 ล้านคนต่อเดือน และ 60 ล้านผู้ชมหน้าเว็ปไซด์

อ้างอิงจาก : อะเมซิ่งบิวตี้ฟูลเวิลด์
แปลโดย : V. Marry Eros

V.Marry Eros

พันธ์ทิพย์ “V.Marry Eros" จบการศึกษาทางด้านภาษา ไม่ได้มีความรู้ด้านธุรกิจ แต่ความที่หวังจะมีธุรกิจเล็กๆ จึงเริ่มชิมลางด้านงานเขียนบทความธุรกิจ เกิดความหลงใหลในงานเขียนและพัฒนาศักยภาพตัวเองเรื่อยมา ปัจจุบันดำรงตำแหน่งบริหารงานและดูแล

> อย่าเสียเวลาตามวิถีของคนอื่น


> วิธีการออมเงินง่ายๆ ก็รวยได้เหมือนกัน

 วิธีการออมเงินง่ายๆ ก็รวยได้เหมือนกัน




หลายๆคนอยากจะมีเงินเก็บไว้ใช้ในอนาคต ใช้ยามฉุกเฉินหรือใช้จ่ายตามต้องการ ซึ่งการรู้จักเก็บออมจะสามารถช่วยในเรื่องเหล่านี้ได้ แต่การออมเงินก็มีมากมายหลายวิธี วันนี้เราจึงขอนำเสนอ 4 วิธี ออมแบบง่ายๆ ก็รวยได้เหมือนกัน มาดูกันเลยครับ



1. ออมเงินอัตโนมัติ



หลายๆคนอาจจะยังไม่รู้ว่ามีบริการการโอนเงินอัตโนมัติของธนาคาร ทันทีที่เงินเดือนเข้าบัญชีเรา ระบบก็จะทำการโอนเงินส่วนที่เรากำหนดไว้ ไปเข้าบัญชีเงินออมของเราทันที โดยเราสามารถเลือกบัญชีที่จะโอนเข้าไปได้ ไม่ว่าจะเป็นเงินฝากสำหรับกองทุนรวมหรือบัญชีฝากประจำของเราเอง




ซึ่งก่อนจะกำหนดจำนวนเงินที่ต้องการโอนอัตโนมัติ เราควรจะต้องรู้ว่า เรามีค่าใช้จ่ายต่างๆเท่าไร เงินใช้ต่อเดือนเท่าไร และ ออมได้เท่าไร หรืออาจจะลองแบ่งรายจ่ายออกเป็น 3 ส่วน ตามนี้ก็ได้ครับ




● เงินออม 30%




● รายจ่ายต่อเดือน 45%




● ใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน 25%




(ตัวเลขเป็นเลขตัวอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามแต่สภาวะการเงินของแต่ละคน)




2. เปิดบัญชีเงินออม



การเปิดบัญชีเงินออมเป็นอีกวิธีช่วยให้ออมได้ดีขึ้น โดยบัญชีเงินออมก็มีหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความต้องการของเรา โดยคำนึงถึงเป้าหมายที่ต้องการ และระยะเวลาที่เราต้องการบรรลุเป้าหมายออมเงินของเราเป็นหลัก แล้วจึงดูว่าการลงทุนออมรูปแแบบไหนที่จะเหมาะสมกับเรามากที่สุด โดยการลงทุนออมจะมีหลักๆ 3 ระยะด้วยกัน



● ระยะสั้น: เก็บเงินเอาไว้ใช้ฉุกเฉิน สามารถถอนได้หากมีความจำเป็น อาจจะฝากกับกองทุนรวมตลาดเงิน หรือบัญชีเงินฝากไม่ประจำก็ได้



● ระยะกลาง: เก็บเพื่อการลงทุนต่อยอด เช่น บัญชีฝากประจำ กองทุนรวมตลาดทุน ซื้อทอง ออมหุ้น หุ้นปันผลสูงทั้งหลาย เป็นต้น



● ระยะยาว: เก็บเงินเอาไว้เพื่อการเกษียณอายุ ได้แก่ RMF ประกันชีวิตแบบบำนาญ หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เป็นต้น



3. ซื้อสลากออมสิน



การนำเงินไปลงทุนในสลากออมสิน ถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการออม โดยผู้ฝากจะได้รับดอกเบี้ยตามอัตราที่กำหนด และมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลทุกเดือน เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำ และไม่ว่าเราจะมีต้นทุนมากหรือน้อย เราก็สามารถลงทุนได้ จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ และการลงทุนในสลากออมสินเริ่มต้นเพียง 50 บาท เท่านั้น (ที่มาข้อมูล : ธนาคารออมสิน)




4. การลงทุนในกองทุน

เราสามารถเลือกออมโดยใช้การลงทุนในกองทุนก็ได้ เพราะจะช่วยให้ออมได้ง่ายและมีเงินปันผลให้อีกด้วย โดยสิ่งแรกที่เราต้องทำคือจะต้องตั้งเป้าหมายให้ได้ก่อนว่า เราจะออมให้ได้เท่าไหร่ ภายในระยะเวลาที่กำหนด 3 ปี หรือ 5 ปีก็แล้วแต่ความเหมาะสมของเรา


ข้อสำคัญก่อนการออมด้วยการลงทุน เราควรจะต้องศึกษารายละเอียดต่างๆให้ดีและดูว่า ระยะสั้น ระยะกลาง หรือระยะยาว แบบไหนเหมาะสมกับเรา เลือกลักษณะการลงทุนให้เหมาะสมกับตัวเองแล้วการออมเงินจะกลายเป็นเรื่องง่ายครับ



การเก็บออมอาจจะทำให้เรามีเงินเก็บไว้ใช้ในอนาคตหรือในยามจำเป็นก็จริง แต่สิ่งสำคัญที่เราไม่ควรลืม คือ ควรใช้จ่ายอย่างประหยัด ไม่ควรฟุ่มเฟือย และสร้างการออมให้เป็นนิสัย จะได้มีวินัยในการใช้เงินครับ



สนับสนุนข้อมูลโดย : www.Masii.co.th
ที่มา : http://money.sanook.com/382379/

วันพฤหัสบดีที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2560

> ซื้อประกันออนไลน์ ที่ไหนดี

ซื้อประกันออนไลน์ https://insure.724.co.th/u/AM00062781
.................................
“ประกันรถยนต์ออนไลน์”
ซื้อประกันรถยนต์ออนไลน์ 24 ชม.
ถูกกว่าแน่นอน
เลือกซื้อประกัน ง่ายแค่ปลายนิ้ว
-มีบริษัทชั้นนำให้เลือกมากมาย
-สามารถเปรียบเทียบราคาได้เอง
-เลือกซื้อได้เองที่นี่เลยไม่ต้องรอ
“คลิกแล้ว รับกรมธรรม์เลย ”
คลิกเลยซื้อประกันออนไลน์ https://insure.724.co.th/u/AM00062781
-มาตราฐานการรับรอง
-คปภฯ
-DBD กรมพัฒนาธุรกิจการค้าฯ
-สมาคมนายหน้าประกันภัยไทย
-GEOฯ
-----------
หากมีข้อสงสัยโทรในลิ้งได้เลยจะมี จนท. คอย
ให้บริการ 24 ชม.ครับ
คลิกเพจเช็คประกันรถ https://www.facebook.com/CheckPraKunRod/posts/833763803441295
------------------------------
คลิกเพจ เว็บ
เช็คประกันรถ : http://checkprakunrod.blogspot.com/p/blog-page_8.html


วันอาทิตย์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2560

> พฤติกรรมของคนรวย กับ คนอยากรวย ที่ต่างกัน


พฤติกรรมของคนรวย กับ คนอยากรวย ที่ต่างกัน


พฤติกรรมของคนรวย กับ คนอยากรวย ที่ต่างกัน

Categories : บทความธุรกิจ
Date : 2014-06-20 09:54:06

คนรวยกับคนอยากรวย จริงๆแล้วมันมีเส้นบางๆแบ่งกั้นกันอยู่ คุณว่าไหม?? แท้จริงของความรวยไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินทองที่มีมากหรือมีน้อยกว่ากัน ถ้าเกิดคุณถูกหวย 10ล้าน แบบนี้ถือว่าคุณรวยหรือยัง เป็นคำถามที่น่าคิดนะครับ เพราะที่พูดแบบนี้ไม่ใช่ว่าความรวยจะวัดกันที่จำนวนเงินเพียงอย่างเดียว แต่มันต้องสอดคล้องกับพฤติกรรมต่าง การใช้ชีวิต ความคิด นิสัยใจคอด้วย ฉะนั้นในบทความนี้เราจะมาดูกันว่าพฤติกรรมของคนที่รวยกับคนที่อยากรวยนั้นแตกตางกันอย่างไร และต้องมีพฤติกรรมแบบไหนถึงจะเป็นคนรวยที่แท้จริงได้
โดยเนื้อหานี้ ผมได้หยิบยกส่วนหนึ่งมาจาก ดร. นิเวศน์ เหมวชิรวรากร ผู้ซึ่งเป็นนกัเขียนอีกท่านที่สามารถถ่ายทอดความรู้เรื่องการเล่นหุ้น การใช้เงิน การสร้างตนให้เป็นมหาเศรษฐีได้อย่างดี พฤติกรรมที่ต่างกัน จะมีอะไรบ้างไปดูกันครับ
- คนรวยมองการไกล คนอยากรวยมองแค่ใกล้ๆ
คนรวยเวลลาทำอะไรมักจะมีการวางแผน มองไปถึงอนาคต มีการจัดการว่าต่อไปอีกกี่เดือนๆ เขาจะต้องทำอะไรบ้าง และเขาจะได้อะไรจากสิ่งที่เขาทำลงไป เป้าหมายของคนกลุ่มนี้จะชัดเจนมาก ซึ่งมีความชัดเขนการกระทำก็ต้องชัดเจนด้วย ไม่ใช่แค่ฝันแต่ไม่ได้ทำ ส่วนคนที่อยากรวย หวังเพื่อแต่วันต่อวัน จะใช้คำว่าหาเช้ากินค่ำก็ได้นะ เพราะคนเหล่านี้จะมองแค่ว่าฉันทำงานฉันได้เงิน  และพรุ่งนี้ฉันจะทำงานต่อเพื่อให้ได้เงินมาอีก
- คนรวยชอบพูดเรื่องไอเดีย คนอยากรวยชอบพูดเรื่องสิ่งของ
ข้อนี้ดู งงๆ สักนิดใช่ไหมครับ ที่บอกว่าคนรวยของพูดเรื่องไอเดีย ก็คือว่าคนเหล่านี้มักจะมีโครงการ หรือโปรเจคต่างๆอยู่ในหัวสมองมากกมาย ทำยังไงให้เงินที่มีอยู่มันงอกเงย ทำยังไงให้หาเงินได้มากจากที่เคยได้ เขาจะไม่ได้มานั่งคิดว่าต้องซื้อรถ ต้องซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม ต้องกินร้านอาหารแพง ซึ่งพฤติกรรมที่พูดมานั้นก็เป็นพฤติกรรมของคนที่อยากรวยหรือคิดว่าตนเองรวยแล้ว เวลาได้เงินมาเขาก็มักจะคิดถึงเรื่องการจับจ่ายซื้อสิ่งของ หรือการโอ้อวดว่าฉันมีรถคันใหม่ ฉันใช้ของแพง ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้อาจจะทำให้คุณดูรวยได้ แต่ลองมองกลับกันสิ พฤติกรรมแบบนี้เหมือนคุณกำลังเอาเงินไปทิ้งเพราะไม่นานสิ่งของทั้งหมดที่คุณซื้อหามาได้ก็จะเป็นแค่ของไร้ค่าไร้ราคาไปในที่สุด
- คนรวยเน้นสร้างกำไร คนอยากรวยเน้นได้ค่าจ้าง
คนรวยคิดตลอดว่าจะทำให้เงินก้อนนี้ออกดอก ออกผลอย่างไรให้มากที่สุด ซึ่งสิ่งเหล่านั้นจะกลายมาเป็นกำไร ของการทำงานของเขา การเน้นสร้างกำไรไม่จำเป็นว่าต้องทำกิจการเพียงอย่างเดียว พนังงานบริษัทมนุษย์เงินเดือน ก็ทำได้แค่ต้องรู้จักใช้เงินหาเงินให้เราแค่นั้นเอง อย่าหวังแต่รายได้ หรือเงินเดือน ที่ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อแลกกับเงินเดือนที่เพิ่มสูงขึ้น

ไม่ว่าตอนนี้คุณจะมีพฤติกรรมแบบไหน ต่างจากพฤติกรรมที่กล่าวมารึเปล่าไม่สำคัญ สำคัญตรงที่คุณจะนำสิ่งเหล่านี้ไปปรับใช้กับการดำเนินชีวิตคุณได้หรือเปล่า เพราะพฤติกรรมที่นำเสนอมาเป็นสิ่งที่ทุกคนควรจะกระทำเพราะเป็นสิ่งที่ทำแล้วทำให้เกิดแต่สิ่งดีๆกับตัวเองจริงๆ อยากรวยต้องเริ่มสร้าง อยากมีรายได้ที่มากว่าต้องหาช่องทางเสริม 

วันพุธที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2559

> 10 ธุรกิจทำเงิน ที่สามารถทำได้หลังเลิกงาน

10 ธุรกิจทำเงิน ที่สามารถทำได้หลังเลิกงาน
ตามปกติแล้วถ้าใครทำงานประจำแล้ว ก็อาจจะไม่ได้เป็นเจ้าของธุรกิจ หรือถ้าใครเป็นเจ้าของแล้วก็ไม่คิดจะมาทำงานประจำ และสำหรับพนังงานประจำบางคนก็มีคำถามในใจว่า จะลาออกเมื่อไหร่ดี? เพราะอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองซะเหลือเกิน อยากเป็นเจ้านายตัวเอง อยากเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ตัวเองปลูกมันขึ้นมา เราจึงรวบรวม 10 ธุรกิจทำเงินน่าสนใจ ที่ช่วยสร้างรายได้ในกระเป๋าหลังเลิกงาน มาฝากกัน โดยที่คุณเองไม่ต้องลาออกก็เป็นเจ้าของธุรกิจได้

1. ขายของกิน
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีฝีมือในการทำอาหารอร่อย แต่ต้องทำงานประจำทุกวัน การขายของกินไม่ว่าจะเป็นขายข้าวแกง หรือข้าวกล่อง ซึ่งคุณสามารถเลือกช่วงเวลาที่จะขายได้ด้วยตัวเอง เช่น เลิก 5 โมงเย็นทุกวัน เพราะจะได้ไม่กระทบต่องานประจำด้วย ก็ลองทำเมนูง่ายๆ มาลองขายก่อนก็ได้ อย่างเช่น ขายขนม ไก่ทอด และถ้าหากสินค้ายังขายไม่ดีก็อาจจะลองเปลี่ยนเมนูไปเรื่อยๆ จนกว่าจะจับทางลูกค้าถูกว่าลูกค้าส่วนใหญ่ชอบทานอะไร ซึ่งอาชีพเสริมขายของกินนี้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งงานเสริมที่น่าสนใจและมีรายได้ดีเป็นอย่างมาก นอกจากนั้น ยังสามารถต่อยอดธุรกิจด้วยการรับทำข้าวกล่องหรือรับออเดอร์ได้ด้วย

2. ขายในสิ่งที่คุณถนัด
จะดีแค่ไหนถ้าได้ทำงานที่ตัวเองชื่นชอบและยังเป็นอีกหนึ่งอาชีพเสริมรายได้ สามารถทำหลังเลิกงานได้ โดยการเขียนรวบรวมทักษะ ความรู้ของคุณผ่านการเขียน eBook หรือ digital content เมื่อนั้นก็จะดึงดูดคนที่อยากเรียนรู้ประสบการณ์การทำงานหรือความรู้ของคุณเองโดยปริยาย โดยที่ไม่จำเป็นต้องสต๊อกสินค้าหรือมีต้นทุนการผลิตใดๆ ทั้งสิ้น

3. เผยแพร่สาระและความบันเทิงผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
Podcasting หรือ การให้บริการบนเวิลด์ไวด์เว็บในรูปแบบของการเผยแพร่กระจายเสียง ที่คุณสามารถใช้เวลาเพียงชั่วโมงหรือ 3 ชั่วโมง ในการสร้างกลุ่มคนฟัง โดยเปิดโอกาสให้ใครก็ได้ที่มีคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์เครื่องเล่นมีเดียดิจิติอล (Digital Media Player) สามารถดาวน์โหลดและรับฟังข่าวสารจากเครื่องเล่นได้ทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการ
ทีนี้เมื่อมีกลุ่มคนฟังเหนียวแน่น คุณก็เริ่มหารายได้จากสปอน์เซอร์หรือโฆษณามาลงได้ อาจจะต้องลงทุนอุปกรณ์นิดหน่อย แต่ podcast online นั้นฟรี ซึ่ง Really Simple Syndication (RSS) จะเข้ามาช่วยให้คอนเทนต์ของบริการพอดแคสต์ที่จัดทำขึ้นสามารถถูกพบโดยผู้สนใจได้ทั่วโลกนั่นเอง ตัวอย่างซอฟต์แวร์พอดแคสต์ที่ได้รับความนิยมในการใช้งานก็เช่น iTunes ของ Apple หรือ Google Play เป็นต้น

4. ขายสินค้าผ่าน social media
มันเป็นโอกาสดี ถ้าคุณใช้เวลาส่วนใหญ่กับการเล่น social media ในตอนเย็น ทำไมคุณไม่ใช้พื้นที่ตรงนี้ในการเพิ่มรายได้ให้กับคุณ อาจเริ่มโดยการขายที่คุณสนใจ ซึ่ง Facebook ก็ได้บอกว่ามีหลายธุรกิจที่ทำการค้าขายผ่านออนไลน์ แต่สิ่งสำคัญ คือคุณต้องบริหารเวลา การจัดส่งสินค้า การตรวจสอบเงินโอนให้เป็นระบบด้วย

5. เขียน blog ของตนเอง
มีคนไม่น้อยที่สงสัยว่าแล้วการเขียน Blog มันได้เงินอย่างไรหรือสร้างรายได้จากตรงไหน ? ซึ่งแน่นอนหลายๆทางที่คุณจะหารายได้จากบล็อก ไม่จำเป็นว่าบล็อกนั้นจะต้องเป็นบล็อกส่วนตัว อาจจะเป็นบล็อกเฉพาะทางที่ชอบหรือถนัดก็ได้ แล้วอัฟเดทให้สม่ำเสมอแล้วจะมีคนติดตามคุณเอง เช่น
บล็อกท่องเที่ยว สถานที่ที่เคยไป เคยเที่ยวมาก็เอามาเขียนลงบล็อกได้,บล็อกรีวิวหนัง ไปดูหนังมาก็เอามาเขียนรีวิวแนะนำเพื่อนได้, บล็อกเนื้อเพลงที่ชอบ, บล็อกหนังสือที่เคยอ่าน, บล็อกภาพถ่ายของเราเอง ชอบถ่ายรูปก็เอามาลง ดีไม่ดีภาพนั้นอาจจะขายได้เงินอีกทาง, บล็อกกีฬาโปรด , หรือบล็อกเกี่ยวกับงานที่เราทำก็ได้, บล๊อกทำขนม อาหาร หรือขายแบนเนอร์ ง่ายสุดๆละ หาคนมาซื้อพื้นที่โฆษณา ลงโฆษณาบนบล็อก เป็นต้น

6. เรียนรู้ graphic design
มันไม่ยากหนัก ถ้าจะฝึกเรียนรู้ graphic design ด้วยตนเอง จากคนที่ไม่มีความรู้ด้านนี้มาก่อน เพราะการมีพื้นฐานเกี่ยวกับการออกแบบกราฟิก จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าได้ ดีไซน์ที่ดีจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ ดูดี และนำไปสู่การขายดีได้ เพื่อส่งต่อภาพลักษณ์นั้นให้กับกลุ่มเป้าหมายทางธุรกิจได้ประทับใจที่สุด โดยอาจเริ่มจากโปรแกรม Adobe software และเว็บไซต์ เช่น Canva และ Visme

7. รับสอนดนตรี
ปัจจุบันมีผู้สนใจเรียนดนตรีมากขึ้น ทั้งการเล่นดนตรีประเภทต่างๆ และการร้องเพลง ไม่ว่าจะมาเป็นเดี่ยวหรือกลุ่ม เพราะเป็นช่องทางที่จะก้าวสู่อาชีพสร้างรายได้อย่างงาม ดังนั้น หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่มีความรักและเชี่ยวชาญดนตรีอยู่แล้วละก็ อย่าทิ้งโอกาสที่จะเปิดโรงเรียนสอนดนตรี เพราะตลาดเรียนดนตรีขยายตัวกว้างขวางยิ่งขึ้นแน่นอน

8. พัฒนาแอพพริเคชั่น
สร้างแอพพลิเคชั่นบนมือถือและสมาร์ทโฟนขาย เป็นธุรกิจทำเงินที่สร้างรายได้อย่างไม่น่าเชื่อ โดยรายได้ที่ว่านั้นมาจากโฆษณาออนไลน์ที่ปรากฎบนแอปพลิเคชั่นของคุณ หลายๆ คนก็เริ่มหาความรู้ เพื่อที่จะสร้างแอพพลิเคชั่น หวังว่าจะเป็นนวัตกรรมดึงดูดผู้คนให้เข้ามาดาวน์โหลด ซึ่งยิ่งมียอดดาวน์โหลดมากเพียงใด นั่นก็เท่ากับว่าผู้สร้างแอพก็จะมีรายได้เข้ากระเป๋ามากเท่านั้น และถึงแม้ช่องทางหาเงินนี้ เริ่มต้นอาจต้องใช้เวลาหน่อยในการสร้างแอพพลิเคชั่น แต่เมื่อใดที่คุณลงมือทำแล้วละก็ ครั้งต่อไปคุณเองจะสามารถบริหารเวลาในการปล่อยแอพพลิเคชั่นบนมือถือได้ดีทีเดียว

9. บริการสถานเลี้ยงสัตว์
เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง ใช้เวลาหลังเลิกงานและวันหยุด เปิดร้าน Grooming Space ร้านอาบน้ำตัดขนให้น้องสุนัขและน้องแมว

10. ช่างซ่อมบำรุง
เมื่อคุณกลายมาเป็นช่างซ่อมบำรุงนอกเหนือจากชั่วโมงเวลาการทำงานประจำของช่างบริการอื่น คุณอาจได้รับข้อเสนอพิเศษจากลูกค้า หากเป็นความต้องการที่เร่งรีบ อยากให้ซ่อมแซมอุปกรณ์ที่เสียหายอย่างเร่งด่วน โดยคุณอาจติดประกาศโฆษณาบริการตามสถานที่สาธารณะต่างๆ
ที่มา : entrepreneur ขอบคุณข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ  /http://money.sanook.com/392783/


วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

> คำคม “ขงเบ้ง”

ที่มาภาพ : www.samkok911.com

000

คําคมขงเบ้ง

1. เกียรติยศย่อมเกิดจากการกระทำที่สุจริต
2. ถ้าคุณหัวเสีย คุณจะเสียหัว
3. อย่าไล่สุนัขให้จนตรอก อย่าต้อนคนให้จนมุม
4. อำนาจที่ปราศจากเหตุผล คือ อำนาจของคนพาล อำนาจที่ปราศจากความเมตตา คือ อำนาจที่นำมาซึ่งความปราชัย
5. ถ้าคุณคิดจะเป็นใหญ่ คุณก็จะได้เป็นใหญ ถ้าคุณคิดอยากเป็นอะไร คุณก็จะได้เป็นสิ่งนั้น
6. เพราะแสวงหา มิใช่เพราะรอคอย เพราะเชี่ยวชาญ มิใช่เพราะโอกาส เพราะสามารถ มิใช่เพราะโชคช่วย ดังนี้แล้ว “ลิขิตฟ้าหรือจะสู้มานะตน”
7. นกทำรังให้ดูไม้ ข้าเลือกนายให้ดูน้ำใจ
8. ผู้ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ ผู้ที่ทำตนให้เล็กที่สุด ผู้ที่เล็กที่สุดก็จะกลายเป็นผู้ที่ใหญ่ที่สุด ผู้ที่มีเกียรติ คือ ผู้ที่ให้เกียรติผู้อื่น
9. จริงคือลวง ลวงคือจริง ถ้าคุณคิดว่าข้าศึกมีทางเลือกเพียง 2 ทาง จงแน่ใจได้ว่าเขาจะเลือกทางที่ 3
10. ถ้าสติไม่มา ปัญญาก็ไม่มี
11. มังกรถ้าไร้หัว หางก็ตีกันเอง ถ้าคานบนเอน คานล่างก็เบี้ยว ถ้าเสาเอกเฉียง เสาโทก็เฉ
12. คนมองไม่เห็นการณ์ไกล ภัยก็จะมาถึงตัว คนไม่รู้จักตัดไฟ ภัยก็จะน่ากลัว
13. ยามเรืองรุ่งพุ่งเปรี้ยงดุจเสียงฟ้า แม้เทวายังสยบหลบทางให้ จะหยิบดาวเดือนชมก็สมใจ คงร้องให้วันหนึ่งแน่ คราวแพ้มี
14. ไม้คดใช้ทำขอเหล็กงอใช้ทำเคียว แต่ คนคดเคี้ยวใช้ทำอะไรไม่ได้เลย
15. เล่นหมากรุก อย่าเอาแต่บุกอย่างเดียว เดินหมากรุกยังต้องคิด เดินหมากชีวิต จะไม่คิดได้อย่างไร
16. เมื่อเสียหลักก็ต้องหลบอย่างฉลาด เมื่อพลั้งพลาดต้องรู้หลึกใส่ปลีกหาง ค่อย ๆ คิด ค่อย ๆทำ ค่อยคลำทาง จึงจะย่างสู่จุดหมายเมื่อปลายมือ
17. ปลาใหญ่มักตายน้ำตื้น
18. เกียรติยศย่อมเกิดจากการกระทำที่สุจริต
19. ถ้าสติไม่มา ปัญญาก็ไม่มี
20. เมื่อใครสักคนหนึ่ง ทำผิด ท่านอย่าเพิ่งตำหนิหรือต่อว่าเขา เพราะถ้าท่านเป็นเขาและตกอยู่ในสภาพแวดล้อมเช่นเดียว กับเขา ท่านอาจจะตัดสินใจทำเช่นเดียวกับเขาก็ได้
21. การบริหารคือการทำงานให้สำเร็จโดยอาศัยมือผู้อื่น
22. ผู้ปกครองระดับธรรมดา ใช้ความสารมารถของตนอย่างเต็มที่ ผู้ปกครองระดับกลาง ใช้กำลังของคนอื่นอย่างเต็มที่ ผู้ปกครองระดับสูง ใช้ปัญญาของคนอื่นอย่างเต็มที่
23. อ่านคนออก บอกคนได้ ใช้คนเป็น
24. เมื่อนักการฑูตพูดว่า “ใช่ หรือ อาจจะ” เขามีความหมายว่า “อาจจะ” เมื่อนักการฑูตพูดว่า “อาจจะ” เขามีความหมายว่า “ไม่” เมื่อนักการฑูตพูดว่า “ไม่” เขาไม่ใช่นักการฑูต เพราะนักการฑูตที่ดีจะไม่ปฏิเสธใคร
25. เมื่อสุภาพสตรีพูดว่า “ไม่” หล่อนมีความหมายว่า “อาจจะ” เมื่อสุภาพสตรีพูดว่า “อาจจะ” หล่อนมีความหมายว่า “ใช่ หรือ ได้” เมื่อสุภาพสตรีพูดว่า “ใช่ หรือ ได้” หล่อนไม่ใช่สุภาพสตรี
26. คิดทำการใหญ่ อย่าสนใจเรื่องเล็กน้อย
27. ตาสามารถมองเห็นสิ่งที่ไกลได้ แต่ไม่สามารถ มองเห็นคิ้วของตน คนส่วนใหญ่ใส่ใจกับผลได้ระยะสั้นเท่านั้น แต่คนฉลาดอย่างแท้จริงจะมองไปยังอนาคต
28. อำนาจที่ปราศจากเหตุผล คือ อำนาจของคนพาล อำนาจที่ปราศจากความเมตตา คือ อำนาจที่นำมาซึ่งความปราชัย
29. ยามเรืองรุ่งพุ่งเปรี้ยงดุจเสียงฟ้า แม้เทวายังสยบหลบทางให้ จะหยิบดาวเดือนชมก็สมใจ คงร้องให้วันหนึ่งแน่ คราวแพ้มี
30. ตัดไผ่อย่าไว้หน่อ ฆ่าพ่ออย่าเหลือลูก คิดทำการใหญ่ ใจคอต้อง…มหาญ
31. ข้าพเจ้ายอมทรยศต่อคนทั้งโลก ดีกว่าให้คนในโลกทรยศต่อข้าพเจ้า
32. เป็นแม่ทัพแล้วไม่กล้าตัดหัวคน เป็นแม่ทัพที่ดีไม่ได้
33. คนฉลาดปราดเปรื่อง เขานั่งนิ่งสงวนคม
34. ไม่มีใครเลี้ยงอาหารใครเปล่า ๆ โดยไม่หวังผลประโยชน์ตอบแทน
35. ศัตรูที่ร้ายเหลือ ไม่เท่าเกลือเป็นหนอน
36. ความรู้ คือ อำนาจ
37. นั่งภูดูเสือ กัดกัน
38. เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมียอดคน ฉะนั้นจึงอย่าประมาท
39. ถ้าเป็นกษัตริย์ แล้ว ไม่โลภ ก็ เป็นกษัตริย์ ที่ดีไม่ได้ ถ้าเป็นนักบวชแล้วโลภ ก็ เป็นนักบวช ที่ดีไม่ได้
40. ตาสามารถมองเห็นสิ่งที่ไกลได้ แต่ไม่สามารถ มองเห็นคิ้วของตน
41. น้ำไหลลงสู่ที่ต่ำฉันใด เราก็กลายเป็นคนฉลาดในช่วงเวลาลำบากฉันนั้น
42. ดวงอาทิตย์ทำให้ทุกสิ่งกระจ่างชัด แต่ เรายังต้องทำความเข้าใจในส่วนที่มืด ซึ่งยังคงดำรงอยู่

คำคมสอนใจ

43. โลกกลมๆใบนี้ ไม่มีอะไรที่ได้มาฟรีๆ
44. อยู่ให้ไว้ใจ ไปให้คิดถึง
45. คนเราต้องเดินหน้า เวลายังเดินหน้าเลย
46. ไม่ต้องสนใจว่าแมวจะสีขาวหรือดำ ขอให้จับหนูได้ก็พอ
47. ยิ่งมีใจศรัทธา ยิ่งต้องมีสายตาที่เยือกเย็น
48. ในโลกกลมๆ ใบนี้ไม่มีคำว่าแน่นอน
49. ความปราถนาอย่างแรงกล้า นั่นแหละคือเหตุผล
50. คนเราเมื่อม้าตาย ก็ต้องลงเดิน
51. คนเราจะไม่ต้องใช้สมองเลย ถ้าพูดแต่ความจริง
52. ท้อแท้ได้แต่อย่าท้อถอย อิจฉาได้แต่อย่าริษยา พักได้แต่อย่าหยุด
53. เหตุผลของคนๆ หนึ่ง อาจจะไม่ใช่เหตุผลของคนอีกคนหนึ่ง
54. ถ้าคุณไม่ลองก้าว จะไม่มีวันรู้เลยว่า ข้างหน้าเป็นอย่างไร
55. ปัญหาทุกอย่าง ล้วนอยู่ที่ตัวเราทั้งสิ้น
56. น้ำใจส่วนน้ำใจ เหตุผลส่วนเหตุผล
57. เรื่องดีหรือเรื่องร้ายทางที่ดีบอกกันก่อน
58. หนทางยาวไกลนับหมื่นลี้ ต้องเริ่มต้นด้วยก้าวแรกก่อนเสมอ
59. เราจะเห็นค่าความอบอุ่น ก็ต่อเมื่อเราผ่านความเหน็บหนาวมาแล้ว
60. อันตรายที่สุดสำหรับชีวิตคนเรา คือ การคาดหวัง
61. เริ่มต้นดีแล้ว ลงท้ายก็ต้องดีด้วย
62. สวรรค์นั้นพึ่งยาก คนนั้นพึ่งยากกว่า
63. อย่ายอมแพ้ถ้ายังไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่
64. จงใช้สติ อย่าใช้อารมณ์
65. เบื้องหลังความเข้มแข็ง สมควรมีความอ่อนโยน เบื้องหลังของสติ สมควรมีอารมณ์
66. ไม่มีคำว่าบังเอิญในเรื่องของความรัก มีแต่คำว่าตั้งใจ
67. ยินดีกับสิ่งที่ได้มา และยอมรับกับสิ่งที่เสียไป
68. หลังพายุผ่านไป ฟ้าย่อมสดใส
69. หลังผ่านปัญหา จะรู้ว่าปัญหานั้นเล็กนิดเดียว
70. ไม่เป็นขุนนางน่ะได้ แต่ไม่เป็นคนไม่ได้
71. มีแต่วันนี้ ที่มีค่า ไม่มีวันหน้า วันหลัง
72. เมื่อวานก็สายเกินแก้ พรุ่งนี้ก็สายเกินไป
73. เพื่อนกิน เพื่อนกัน เพื่อนกินไม่ทัน เพื่อนกันเอาไปกิน
74. ชะตาฟ้าลิขิต…แต่ชีวิตนะของผม
75. รักแท้ต้องแย่งชิง..รักจริงต้องปล่อยไป
76. ตัดกระดาษต้องใช้กรรไกร .แต่ตัดใจต้องใช้เวลา
77. กาเม มอระนัง ทุกขัง โลเก…(กามตายด้านเป็นทุกข์ในโลก)
78. รักดีกินถั่ว รักชั่วกินเหล้า..รักดีรักชั่ว กินถั่วแกล้มกะเหล้า เอิ้ก ๆ
79. สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ ‘การที่คนดีนิ่งดูดาย’
80. กำขี้ดีกว่ากำตด แต่ถ้ากำขี้สดๆกำตดจะดีกว่ากำขี้
81. ทำแล้วเสียใจ ยังดีกว่าเสียใจที่ไม่ได้ทำ
82. จุดยืนของเราทุกคนคือ ….
83. กระบี่อยู่ที่ใจ แค่ไม้ไผ่ก้อไร้เทียมทาน
84. เห็นงานเป็นลม เห็นนมสู้ตาย สู้ว้อย
85. ตัวอย่างที่ดี…มีค่ากว่าคำสอน
86. ดี-ชั่ว ไม่ได้เป็นที่กรรมพันธุ์…
87. เมื่อสุภาพสตรีพูดว่า “ไม่” หล่อนมีความหมายว่า “อาจจะ” เมื่อสุภาพสตรีพูดว่า “อาจจะ” หล่อนมีความหมายว่า “ใช่ หรือ ได้” เมื่อสุภาพสตรีพูดว่า “ใช่ หรือ ได้” หล่อนไม่ใช่สุภาพสตรี
88. คิดทำการใหญ่ อย่าสนใจเรื่องเล็กน้อย
89. ตาสามารถมองเห็นสิ่งที่ไกลได้ แต่ไม่สามารถ มองเห็นคิ้วของตน คนส่วนใหญ่ใส่ใจกับผลได้ระยะสั้นเท่านั้น แต่คนฉลาดอย่างแท้จริงจะมองไปยังอนาคต
90. อำนาจที่ปราศจากเหตุผล คือ อำนาจของคนพาล อำนาจที่ปราศจากความเมตตา คือ อำนาจที่นำมาซึ่งความปราชัย
91. ยามเรืองรุ่งพุ่งเปรี้ยงดุจเสียงฟ้า แม้เทวายังสยบหลบทางให้ จะหยิบดาวเดือนชมก็สมใจ คงร้องให้วันหนึ่งแน่ คราวแพ้มี
92. ตัดไผ่อย่าไว้หน่อ ฆ่าพ่ออย่าเหลือลูก คิดทำการใหญ่ ใจคอต้อง…มหาญ
93. ข้าพเจ้ายอมทรยศต่อคนทั้งโลก ดีกว่าให้คนในโลกทรยศต่อข้าพเจ้า
94. เป็นแม่ทัพแล้วไม่กล้าตัดหัวคน เป็นแม่ทัพที่ดีไม่ได้
95. คนฉลาดปราดเปรื่อง เขานั่งนิ่งสงวนคม
96. ไม่มีใครเลี้ยงอาหารใครเปล่า ๆ โดยไม่หวังผลประโยชน์ตอบแทน
97. ศัตรูที่ร้ายเหลือ ไม่เท่าเกลือเป็นหนอน
98. ความรู้ คือ อำนาจ
99. นั่งภูดูเสือ กัดกัน
100. เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมียอดคน ฉะนั้นจึงอย่าประมาท
101. ถ้าเป็นกษัตริย์ แล้ว ไม่โลภ ก็ เป็นกษัตริย์ ที่ดีไม่ได้ ถ้าเป็นนักบวชแล้วโลภ ก็ เป็นนักบวช ที่ดีไม่ได้
102. ตาสามารถมองเห็นสิ่งที่ไกลได้ แต่ไม่สามารถ มองเห็นคิ้วของตน
103. น้ำไหลลงสู่ที่ต่ำฉันใด เราก็กลายเป็นคนฉลาดในช่วงเวลาลำบากฉันนั้น
104. ดวงอาทิตย์ทำให้ทุกสิ่งกระจ่างชัด แต่ เรายังต้องทำความเข้าใจในส่วนที่มืด ซึ่งยังคงดำรงอยู่
105. การบริหารคือการทำงานให้สำเร็จโดยอาศัยมือผู้อื่น
106. ผู้ปกครองระดับธรรมดา ใช้ความสารมารถของตนอย่างเต็มที่ ผู้ปกครองระดับกลาง ใช้กำลังของคนอื่นอย่างเต็มที่ ผู้ปกครองระดับสูง ใช้ปัญญาของคนอื่นอย่างเต็มที่
107. อ่านคนออก บอกคนได้ ใช้คนเป็น
108. เมื่อนักการฑูตพูดว่า “ใช่ หรือ อาจจะ” เขามีความหมายว่า “อาจจะ” เมื่อนักการฑูตพูดว่า “อาจจะ” เขามีความหมายว่า “ไม่” เมื่อนักการฑูตพูดว่า “ไม่” เขาไม่ใช่นักการฑูต เพราะนักการฑูตที่ดีจะไม่ปฏิเสธใคร

ที่มา : www.xn--108-pkla8onerj.com

วันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

> วันนี้เอาเรื่องที่แปลลงนุสนธิ์บล็อกสปอตเมื่อปี53 และก็ถูกแชร์กระจายไปในโลกโซเชี่ยลอย่างรวดเร็ว

วันนี้เอาเรื่องที่แปลลงนุสนธิ์บล็อกสปอตเมื่อปี53 และก็ถูกแชร์กระจายไปในโลกโซเชี่ยลอย่างรวดเร็วในเวลานั้น จนตอนนี้ นุสนธิ์บล็อกสปอตก็ได้ปิดตัวลงแล้ว เอามาให้ทุกๆท่านอ่านซ้ำกันอีกรอบนะครับ
...........................................
วันนี้ ได้รับเมล์จากคุณเหอจิ้งอี๋(何姐靜宜) เห็นหัวข้อในตอนแรก ก็คิดว่าน่าจะพิมพ์ผิด แต่เมื่อได้อ่านก็เข้าใจว่า มันควรได้ 23 จริงๆ มาติดตามเนื้อเรื่องกันนะครับ
เอี๋ยนหุยใฝ่ศึกษา มีคุณธรรมงดงาม เป็นศิษย์รักของขงจื้อ
มีอยู่วันหนึ่ง เอี๋ยนหุยออกไปทำธุระที่ตลาด เห็นผู้คนจำนวนมากห้อมล้อมอยู่ที่หน้าร้านขายผ้า
จึงเข้าไปสอบถามดู จึงรู้ว่าเกิดการพิพาทระหว่างคนขายผ้ากับลูกค้า
ได้ยินลูกค้าตะโกนเสียงดังโหวกเหวกว่า
“3x8ได้ 23 ทำไมท่านถึงให้ข้าจ่าย24เหรียญล่ะ!”
เอี๋ยนหุยจึงเดินเข้าไปที่ร้าน หลังจากทำความเคารพแล้ว ก็กล่าวว่า
“พี่ชาย 3x8 ได้ 24 จะเป็น 23 ได้ยังไง? พี่ชายคิดผิดแล้ว ไม่ต้องทะเลาะกันหรอก”
คนซื้อผ้าไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง ชี้หน้าเอี๋ยนหุยและกล่าวว่า
“ใครให้เจ้าเข้ามายุ่ง! เจ้าอายุเท่าไหร่กัน! จะตัดสินก็มีเพียงท่านขงจื้อเท่านั้น ผิดหรือถูกมีท่านผู้เดียวที่ข้าจะยอมรับ ไป ไปหาท่านขงจื้อกัน ”
เอี่ยนหุยกล่าวว่า
“ก็ดี หากท่านขงจื้อบอกว่าท่านผิด ท่านจะทำอย่างไร?”
คนซื้อผ้ากล่าวว่า
“หากท่านวินิจฉัยว่าข้าผิด ข้ายอมให้หัวหลุดจากบ่า! แล้วหากเจ้าผิดล่ะ?”
เอี๋ยนหุยกล่าวว่า
“หากท่านวินิจฉัยว่าข้าผิด ข้ายอมถูกปลดหมวก(ตำแหน่ง)”
ทั้งสองจึงเกิดการเดิมพันขึ้น
เมื่อขงจื้อสอบถามจนเกิดความกระจ่าง ก็ยิ้มให้กับเอี๋ยนหุยและกล่าวว่า
“3x8ได้ 23 ถูกต้องแล้วเอี๋ยนหุย เธอแพ้แล้ว ถอดหมวกของเธอให้พี่ชายท่านนี้เสีย”
เอี๋ยนหุย ไม่โต้แย้ง ยอมรับในการวินิจฉัยของท่านอาจารย์ จึงถอดหมวกที่สวมให้แก่ชายคนนั้น
ชายผู้นั้นเมื่อได้รับหมวกก็ยิ้มสมหวังกลับไป
ต่อคำวินิจฉัยของขงจื้อ ต่อหน้าแม้เอี๋ยนหุยจะยอมรับ แต่ในใจกลับไม่ได้คิดเช่นนั้น
เอี๋ยนหุยคิดว่าท่านอาจารย์ชรามากแล้ว ความคิดคงเลอะเลือน จึงไม่อยากอยู่ศึกษากับขงจื้ออีกต่อไป
พอรุ่งขึ้น เอี๋ยนหุยจึงเข้าไปขอลาอาจารย์กลับบ้าน ด้วยเหตุผลที่ว่าที่บ้านเกิดเรื่องราว ต้องรีบกลับไปจัดการ ขงจื้อรู้ว่าเอี๋ยนหุยคิดอะไรอยู่ ก็ไม่ได้สอบถามมากความ อนุญาตให้เอี๋ยนหุยกลับบ้านได้
ก่อนที่เอี๋ยนหุยจะออกเดินทาง ได้เข้าไปกราบลาขงจื้อ ขงจื้อกล่าวอวยพรและให้รีบกลับมาหากเสร็จกิจธุระแล้ว พร้อมกันนั้นก็ได้กำชับว่า
“อย่าแฝงเร้นกายใต้ต้นไม้ใหญ่ อย่าฆ่าผู้ใดหากไม่ชัดแจ้ง”
เอี๋ยนหุยคำนับพร้อมกล่าวว่า
“ศิษย์จะจำใส่ใจ” แล้วลาอาจารย์ออกเดินทาง
เมื่อออกเดินทางไปได้ระยะหนึ่ง เกิดพายุลมแรงสายฟ้าแลบแปลบ เอี๋ยนหุยคิดว่าต้องเกิดพายุลมฝนเป็นแน่ จึงเร่งฝีเท้าเพื่อจะเข้าไปอาศัยอยู่ไต้ต้นไม้ใหญ่ แต่ก็ฉุกคิดถึงคำกำชับของท่านอาจารย์ที่ว่า “อย่าแฝงเร้นกายใต้ต้นไม้ใหญ่ อย่าฆ่าผู้ใดหากไม่ชัดแจ้ง”
เราเองก็ติดตามท่านอาจารย์มาเป็นเวลานาน ลองเชื่ออาจารย์ดูอีกสักครั้ง คิดได้ดังนั้น จึงเดินออกจากต้นไม้ใหญ่
ในขณะที่เอี๋ยนหุยเดินไปได้ไม่ไกลนัก บัดดล สายฟ้าก็ผ่าต้นไม้ใหญ่นั้นล้มลงมาให้เห็นต่อหน้าต่อตา เอี๋ยนหุยตะลึงพรึงเพริด คำกล่าวของพระอาจารย์ประโยคแรกเป็นจริงแล้ว หรือตัวเราจะฆ่าใครโดยไม่รู้สาเหตุ? เอี๋ยนหุยจึงรีบเดินทางกลับ กว่าจะถึงบ้านก็ดึกแล้ว แต่ไม่กล้าปลุกคนในบ้าน เลยใช้ดาบที่นำติดตัวมาค่อยๆเดาะดาลประตูห้องของภรรยา
เมื่อเอี๋ยนหุยคลำไปที่เตียงนอน ก็ต้องตกใจ ทำไมมีคนนอนอยู่บนเตียงสองคน! เอี๋ยนหุยโมโหเป็นอย่างยิ่ง จึงหยิบดาบขึ้นมาหมายปลิดชีพผู้ที่นอนอยู่บนเตียง เสียงกำชับของอาจารย์ก็ดังขึ้นมา “อย่าฆ่าผู้ใดหากไม่ชัดแจ้ง” เมื่อเขาจุดตะเกียง จึงได้เห็นว่า คนหนึ่งคือภรรยา อีกคนหนึ่งคือน้องสาวของเขาเอง
พอฟ้าส่าง เอี๋ยนหุยก็รีบกลับสำนัก เมื่อพบหน้าขงจื้อจึงรีบคุกเข่ากราบอาจารย์และกล่าวว่า “ท่านอาจารย์ คำกำชับของท่านได้ช่วยชีวิตของศิษย์ ภรรยาและน้องสาวไว้ ทำไมท่านจึงรู้เหมือนตาเห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับศิษย์บ้าง?”
ขงจื้อพยุงเอี๋ยนหุยให้ลุกขึ้น และกล่าวว่า “เมื่อวานอากาศไม่ค่อยสู้ดีนัก น่าจะมีฟ้าร้องฟ้าแลบเป็นแน่ จึงเตือนเธอว่า อย่าแฝงเร้นกายใต้ต้นไม้ใหญ่ และเมื่อวาน เธอจากไปด้วยโทสะ แถมยังพกดาบติดตัวไปด้วย อาจารย์จึ้งเตือนเธอว่า อย่าฆ่าผู้ใดหากไม่ชัดแจ้ง ”
เอี๋ยนหุยโค้งคำนับ “ท่านอาจารย์คาดการดังเทวดา ศิษย์รู้สึกเคารพเลื่อมใสท่านเหลือเกิน”
ขงจื้อจึงตักเดือนเอี๋ยนหุยว่า “อาจารย์ว่าที่เธอขอลากลับบ้านนั้นเป็นการโกหก ที่จริงแล้วเธอคิดว่าอาจารย์แก่แล้ว ความคิดเลอะเลือน ไม่อยากศึกษากับอาจารย์อีกแล้ว เธอลองคิดดูสิ อาจารย์บอกว่า 3x8ได้ 23 เธอแพ้ ก็เพียงแค่ถอดหมวก หากอาจารย์บอกว่า 3x8ได้ 24 เขาแพ้ นั่นหมายถึงชีวิตของคนๆหนึ่ง เธอคิดว่าหมวกหรือชีวิตสำคัญล่ะ? ”
เอี๋ยนหุยกระจ่างในฉับพลัน คุกเข่าต่อหน้าขงจื้อ แล้วกล่าวว่า “ท่านอาจารย์เห็นคุณธรรมเป็นสำคัญ โดยไม่เห็นแก่เรื่องถูกผิดเล็กๆน้อยๆ ศิษย์คิดว่าอาจารย์แก่ชราจึงเลอะเลือน ศิษย์เสียใจเป็นที่สุด”
จากนั้นเป็นต้นไป ไม่ว่าขงจื้อจะเดินทางไปยังแห่งหนตำบลใด เอี๋ยนหุยติดตามไม่เคยห่างกาย
................................
จากตำนานเรื่องเล่านี้ ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงเพลงๆหนึ่งของอิวเค่อหลี่หลิน(นักร้องดูโอของไต้หวัน) ที่ร้องว่า “หากสูญเสียเธอไป ต่อให้เอาชนะทั้งโลกได้แล้วจะยังไง?
เช่นกัน บางครั้งคุณอาจเอาชนะคนอื่นด้วยเหตุผลของคุณ แต่อาจจะสูญเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดไป ”
เรื่องราวต่างๆ แบ่งเป็นหนักเบารีบช้า อย่าเป็นเพราะต้องการเอาชนะให้ได้ แล้วทำให้เสียใจไปตลอดชีวิต
เรื่องราวมากมายที่ไม่ควรทะเลาะกัน ถอยหนึ่งก้าวทะเลกว้างฟ้างาม
ทะเลาะกับลูกค้า ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี (วันที่ส่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์ใหม่ คุณก็จะรู้สึก)
ทะเลาะกับเถ้าแก่ ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี (วันที่ตรวจผลงานปลายปีมาถึง คุณก็จะรู้สึก)
ทะเลาะกับภรรยา ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี (เธอไม่สนใจคุณ คุณก็หากับข้าวกินเองละกัน)
ทะเลาะกับเพื่อน ต่อให้ชนะ ก็แพ้อยู่ดี (เคลียร์ไม่ได้ คุณอาจจะเสียเพื่อนไปเลย)
..........................
ใบชา เกิดสีสวยและกลิ่นหอมน่าลิ้มลองได้ ก็เพราะโดนน้ำร้อนลวก
ชีวิตของคนเราก็เช่นเดียวกัน เพราะเผชิญกับอุปสรรคครั้งแล้วครั้งเล่า
จึงเหลือไว้ซึ่งเรื่องราวเป็นตำนานให้ได้เล่าขานน่าตามติด
ผู้ที่รู้สำนึกคุณอยู่เสมอ จึงเป็นผู้มีวาสนามากที่สุด
นุสนธิ์บุคส์
ขอบคุณที่มา :  https://www.facebook.com/NusonBooks
อ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.facebook.com/NusonBooks

วันพุธที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

> ไป7-11ยืนต่อคิวจ่ายตังค์

ไป7-11ยืนต่อคิวจ่ายตังค์
หนุ่มโรงงานข้างหน้าผม สั่งพนักงาน7-11ว่า..LMเขียวเล็ก 1ซอง
พนักงาน7-11หยิบให้แล้วคิดเงิน....71บาทครับ!
ผมตกใจมาก!!
เลิกสูบบุหรี่มานานแล้วไม่คิดว่าบุหรี่1ซองเกือบร้อยบาท
หนุ่มโรงงานจ่ายเงินแล้วเดินจากไป...
เขาทิ้งเรื่องราวมากมายให้ผม...คิดต่อ
ผมคิดถึงความโง่!!....ของตัวเอง
สมัยก่อนทำงานรับจ้างในตลาด เข็นผักบ้าง
ส่งของบ้าง ขายแรงงานเป็นกรรมกร
ได้ค่าแรง150-180บาทแล้วแต่วัน
เลิกงานมาควักเงินซื้อบุหรี่55บาท(สมัยก่อน)
หาเงินมาเกือบตายได้150บาท ซื้อบุหรี่55บาท
เกิน1ใน3ของรายได้.....โง่สิ้นดี
ยังครับความโง่ยังไม่หมด......
ซื้อเบียร์กินอีกคนละขวดกะเพื่อน
หาได้น้อยกินขวดเดียว หาได้มากกิน2ขวด110บาท
ทำงานมาทั้งวันกินเบียร์ซื้อบุหรี่เงินแทบไม่เหลือกลับบ้าน....
จนแล้วเสือก....โง่อีก!!!
จนแล้วเสือก...ไม่เจียมกะลาหัว
ผมใช้ชีวิตอยู่แบบนั้นนานมาก....นานจนชิ้นกับความโง่
กว่าจะคิดได้ก็นานเอาเรื่องอยู่
คิดดูนะครับ(เอาอัตราปัจุบันนะ)
ค่าแรงวันละ300
ซื้อบุหรี่71บาท
กินเบียร์1ขวด60
เติมน้ำมันรถมาทำงาน50
กินข้าวเที่ยง40แป็ปซี่1ขวด12บาท
(ยังไม่คิดค่าข้าวเย็นนะ)ทั้งวันหาเงินได้300แต่ใช่เงินไป233บาท
เหลือเงินกลับบาท67บาท
แหกขี้ตาตื่นแต่เช้าเข้างานเหลือเงินกลับบาท67บาท
แล้วทุกๆเย็นที่ดื่มกับเพื่อนๆ
ที่มีชีวิตคล้ายๆกัน จึงคุยกันถูกคอ
ทุกเย็นก็จะมานั่งล้อมวงแล้วโทษโชคชะตา
โทษดวง โทษเจ้านาย โทษคนทั้งโลก
แต่ไม่โทษตัวเอง!
ทุกวันตั้งคำถามกับตัวเองทำไมกูจนจังว่ะ?
เมื่อไหร่กูจะรวยว่ะ?
ที่ผ่านมารู้ว่าได้เงินเดือนเท่าไหร่
แต่ไม่เคยรู้ว่าใช้อะไรไปบ้าง
ลูกขอเงินซื้อลูกอม บ่นลูกกินของไม่มีประโยชน์
ลูกขอเงินซื้อไอติมบ่นลูกว่าสิ้นเปลือง
ตัวเองกินเบียร์/ซื้อบุหรี่.....ไม่คิด!!
จะรวยได้ไงแม่งเล่นใช้เงิน2ใน3ที่หามาได้ไปกับของไม่มีประโยชน์
ถามว่าคนรวยดื่มเหล้ามั้ย...ดื่มครับ
คนรวยสูบบุหรี่มั้ย....สูบครับ
แต่สิ่งที่ต่างกันคือ
คนจนเอาค่าแรงตัวเอง เอาเงินในอนาคตของตัวเองมาจ่าย
คนรวยเขาเอากำไรจากการค้าขายมาจ่าย
ทุนที่ใช้ต่อกิจการยังอยู่ครบ
ผมมีเพื่อนรวยระดับสิบๆล้านหลายคน
ผมนั่งกินเหล้ากับพวกมัน หารกันออกเท่ากัน
เช้ามามันรวยยังไงก็รวยเหมือนเดิม
ผมจนยังไงก็ยิ่งจนกว่าเดิม!!
เมื่อก่อนผม
จนแล้วเสือก...โง่อีก
สิริทัศน์ สมเสงี่ยม เขียน
ที่มา : https://www.facebook.com/tikh.jazz.3/posts/492801094239229

Follow Us On